ปปส.ภาค 5 จับตาการลักลอบขนยาเสพติดช่วงสงกรานต์.

สำนักงาน ปปส.ภาค 5 สรุปผลการปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ปี 2561 ห้วง 6 เดือนแรก จับกุมผู้ต้องหากว่า 11,000 คน ยึดยำบ้าได้ 37 ล้านเม็ด ยึดทรัพย์กว่า 63 ล้านบาท เผยสถานการณ์การลักลอบลำเลียงยาเสพติดมีแนวโน้มสูงเชียงใหม่ ณ โรงแรม สวนบัวโฮเทลแอนด์รีสอร์ท (Suan Bua Hotel & Resort) อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ สำนักงาน ปปส.ภาค 5 ประชุมเชิงปฏิบัตการของสำนักงานปราบปรามยาเสพติดภาค 5 วันที่ 10-11 เมษายน 2561 โดยมีสื่อมวลชนในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือเข้าร่วมสัมมนา

นายพรพัฒน์ สุวรรณภูมิ ผู้อานวยการสานักงาน ปปส.ภาค ๕ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาเครือข่ายประชาสัมพันธ์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ระหว่างวันที่ 10-11 เมษายน 2561 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและพัฒนาเครือข่ายประชาสัมพันธ์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ภาคเหนือตอบบน ให้มีความรู้และความเข้าใจในนโยบายและผลการดำเนินงานแก้ไขปัญหายาเสพติด สามารถเป็นแกนหลักในการเผยแพร่ข้อมูลให้กับประชาชนในพื้นที่ได้ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นสื่อมวลชนในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน จำนวน 60 คน

ในการนี้ นายพรพัฒน์ฯ ได้กล่าวถึงสถานการณ์ยาเสพติดและแนวโน้มในห้วง 6 เดือนหลังว่าสถานการณ์การลักลอบนาเข้ายาเสพติดตามแนวชายแดนภาคเหนือของประเทศไทย พื้นที่นาเข้าหลักยังคงเป็นพื้นที่ อ.แม่ฟ้าหลวง อ.แม่สาย จ.เชียงราย และ อ.ฝาง อ.แม่อาย อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ยาเสพติดหลักที่มีการลักลอบนาเข้า ได้แก่ ยาบ้า ไอซ์ และเฮโรอีน อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมาจากผลการดาเนินงานภายใต้โครงการแม่น้ำโขงปลอดภัย และมาตรการสกัดกั้น ที่มีประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ส่งผลให้ปริมาณยาเสพติดที่พยายามจะลักลอบนาเข้าเข้าสู่พื้นที่ถูกสกัดกั้นและทำให้ยาเสพติดที่ไปสู่พื้นที่ตอนในของประเทศลดลง

กลุ่มลักลอบลาเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทยกลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มมูเซอ รองลงมาคือ กลุ่มอาข่า จีนฮ่อ และไทยใหญ่ และกลุ่มม้ง จะเป็นผู้ลาเลียงต่อเพื่อส่งยาเสพติดให้กับลูกค้าภายในประเทศ จากข้อมูลการจับกุมคดีรายสาคัญในห้วง 6 เดือนแรก ปีงบประมาณ 2561 พบว่า ยาเสพติดหลักที่มีการลักลอบนาเข้า ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยข้อมูลจากการตรวจยึดยาเสพติดทั้งการสกัดกั้นตามแนวชายแดนและการสกัดกั้นตามด่านตรวจ/ จุดตรวจ ได้แก่ ยาบ้า จานวน 37.2 ล้านเม็ด ไอซ์ 683.6 กก. เฮโรอีน 89.8 กก. ฝิ่น 78.9 กก. นายพรพัฒน์ สุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงาน ปปส. ภาค 5 กล่าวว่าในห้วงเทศกาลสงกรานต์ ปีนี้มาตรการป้องกันลักลอบขนยาเสพติดตามแนวชายแดนที่มีการนำมารอพักเพื่อขนยาเสพติดเข้ามาในประเทศไทยยังมีปริมาณที่มาก โดยเฉพาะยาบ้าและยาไอซ์ ที่ใช้สารตั้งต้นชนิดเดียวกันในการผลิต ซึ่งจะเห้นในห้วงที่ผ่านมาการจับกุมจะเพิ่มปริมาณจำนวนมากได้อย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนยังคงมาตรการเข้มงวดเพื่อป้องกันการลักลอบแฝงตัวของกลุ่มนักค้ายาเสพติดฉวยโอกาสในช่วงที่มีการเดินทางมากนำยาเสพติดเข้ามาชั้นในของประเทศอย่างไรก็ตามจากสถิติจะพบว่าการขนยาเสพติดในห้วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีการเล่นสาดน้ำจะลดลงเพราะกลุ่มค้าและขนยาเสพติดจะหยุดเพื่อรวมเล่นน้ำสงกรานต์ แต่ช่วงต้นและช่วงท้ายของเทศกาลก็จะกลับมาขนยาเสพติด ทำให้ต้องเพิ่มมาตรการเข้มงวดตรวจค้น โดยเฉพาะตามสถานีขนส่งที่มักจะพบบ่อยครั้งใช้ลักลอบขนยาเสพติด ต้องฝากถึงประชาชนที่ใช้บริการรถสาธารณะต้องไม่รับฝากสิ่งของเพราะอาจมีการแฝงยาเสพติดอาจทำให้กลายเป็นผู้ต้องหา เน้นให้การเดินทางของประชาชนอย่างปลอดภัยปลอดจากยาเสพติด โดยเฉพาะพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะที่จะต้องปลอดจากสารยาเสพติดมีการตรวจปัสวะอย่างเข้มงวดส่วนการใช้รถหรูเพื่อลักลอบขนยาเสพติดก็มีการเฝ้าระวัง เพราะส่วนใหญ่จะเกิดจากการฟอกเงินจากเงินค้ายาเสพติดไปซื้อมาขับขี่ ทางปปส.ภาค 5 ก็มีการประสานกับทุกภาคส่วนในการตรวจสอบในด้านการข่าวต่างๆเพราะที่ผ่านมาก็ดำเนินการจับกุมยึดทรัพย์ ส่วนกลุ่มใหม่ๆ ก็เฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด.

 

นิวัตร ธาตุอินจันทร์ / ข่าว.เชียงใหม่